เลี้ยงลูกอย่างไรให้เชื่อฟังและไม่ต่อต้าน

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เชื่อฟังและไม่ต่อต้าน

  • Post author:
  • Post category:Blog

เชื่อได้เลยว่าสำหรับเด็กนั้นเพราะเริ่มเติบโตขึ้นบางครั้ง สำหรับเด็กบางคนก็เชื่อฟังว่านอนสอนง่ายแต่สำหรับบางคนก็กลายเป็นเรื่องที่ยากเลยก็ว่าได้ เพราะเจ้าตัวเล็กก็เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองต้องการนู่นต้องการนี่ บางครั้งจึงทำให้เจ้าตัวเล็กไม่สนใจในสิ่งที่พ่อแม่พูด แต่สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าบางครั้งไม่อยากทำในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ ดังนั้นต้องใจเย็นๆแล้วมาดูเทคนิคกันเลย

เป็นแบบอย่าง

สิ่งที่พ่อแม่จะทำให้ลูกได้เห็นก็คือแบบอย่างที่ดี เพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วเด็กที่เติบโตมานั้น มักจะมีการเลียนแบบพฤติกรรมของคนใกล้ชิดซึ่งเอาง่ายๆว่า เขาไม่รู้หรอกว่าอันไหนดีหรือไม่ดีดังนั้นถ้าพ่อแม่ทำในสิ่งที่ดีให้เขาเห็น เขาก็จะเลียนแบบพฤติกรรมคือเอาง่ายๆว่าในบางครั้ง ให้ลูกได้เรียนรู้จากการกระทำดีกว่าการพูดทำให้ลูกเห็นเลยจะดีที่สุด 

สอนด้วยคำพูดและเสียงที่ดี

สำหรับบางคนพ่อแม่บางครั้งอาจจะมีสติแตกอยู่บ้าง สำหรับลูกที่ไม่ฟังคำสั่งหรือไม่ฟังอะไรเลยแม้แต่น้อยซึ่งบางครั้งการโมโห แล้วตะคอกลูกด้วยคำพูดแรงๆในบางครั้งลูกอาจจะสงบลงได้จริง แต่เชื่อได้เลยว่าในวันข้างหน้าก็จะต้องผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างแน่นอน ดังนั้นการดึงความสนใจไม่ว่าจะเป็นการพูดด้วยถ้อยคำที่ใช้น้ำเสียงหนักแน่น แต่ไม่ดุอย่างเช่นมีเศษขนมตกลูกกินไว้แทนที่จะดุ กับบอกวิธีแก้ปัญหาอย่างเช่นขนมหกแล้วให้เอาไปทิ้งถังขยะให้เรียบร้อย

การใช้ข้อตกลง

เชื่อหรือไม่ว่ามันเป็นวิธีที่น่าสนใจมากสำหรับการใช้ข้อตกลง เพราะเชื่อหรือไม่เด็กทุกคนนั้นมีสิ่งที่อยากได้และอยากทำมีทั้งสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ ดังนั้นเชื่อได้เลยว่าพ่อแม่ทุกคนน่าจะรู้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ว่าลูกของตัวเองนะชอบหรือไม่ชอบอะไรเพราะเด็กวัย 2-3 ขวบนี้จัดได้ว่าเป็นวัยต่อต้านดังนั้นการยื่นข้อเสนอเพื่อเป็นข้อตกลงจะเป็นการลดการทะเลาะกันได้ อย่างเช่นช่วยแม่ตากผ้าเดี๋ยวซื้อขนมที่ลูกชอบให้กินเป็นต้น